วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

เมนูยำไก่ฉีกน้ำพริกเผาถั่ว (เมนูผู้ป่วยโรคเบาหวาน)

ยำไก่ฉีกน้ำพริกเผาถั่ว  (เมนูผู้ป่วยโรคเบาหวาน)
Spicy Chicken salad with Mixed Nuts

อาหารจานยำมีรสชาติจัดจ้านเปลี่ยนมื้ออันน่าเบื่อของผู้ป่วยเบาหวานให้มีชีวิตชีวามากขึ้น การนำเซเลอรี่ซึ่งมีไฟเบอร์สูง และเป็นผักที่ทานได้โดยไม่ต้องทำให้สุกช่วยในการเพิ่มไฟเบอร์ให้มื้ออาหารนี้ และถั่วแม้จะไม่เหมาะกับผู้ป่วยแต่การรับประทานเล็กน้อยกลับมีประโยชน์เรื่องไขมันดีกลับผู้ป่วย 


สูตรยำไก่ฉีกน้ำพริกเผาถั่ว Spicy Chicken salad with Mixed Nuts (เมนูผู้ป่วยโรคเบาหวาน)


สำหรับ 1-2 ที่
เวลา 30 นาที

วัตถุดิบยำไก่ฉีกน้ำพริกเผาถั่ว Spicy Chicken salad with Mixed Nuts (เมนูผู้ป่วยโรคเบาหวาน)
1. อกไก่ลอกหนัง 1 อก
2. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
3. พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
4. กระเทียมไทย 1 ช้อนโต๊ะ
5. รากผักชี 2 ราก
6. เซเลอรี่หั่นเต๋า 1 1/2 ถ้วย
7. ถั่วมิกซ์นัท 1/4 ถ้วย
8. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
10. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
11. น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
12. พริกขี้หนูซอย 2 ช้อนชา
13. หอมแดงหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
14. หอมแดงเจียว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำยำไก่ฉีกน้ำพริกเผาถั่ว Spicy Chicken salad with Mixed Nuts (เมนูผู้ป่วยโรคเบาหวาน)

1. หมักไก่ โดยการตำกระเทียม รากผักชี พริกไทย ใส่ลงไก่ ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส หมักไว้ 15-30 นาที
2. นำไก่มาทำให้สุกด้วยการ นำเข้าไมโครเวฟ ไฟสูงสุด 5 นาที พักให้เย็น แล้วนำมาฉีกขนาดตามชอบ
3. ทำน้ำยำ โดยผสมน้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ หอมแดง พริกขี้หนูซอยให้เข้ากัน
4. นำไก่ฉีก เซเลอรี่หั่น และน้ำยำมาคลุกในชามผสม และใส่มิกซ์นัทตามลงไป
5. จัดเสิร์ฟโดยโรยหอมเจียวก่อนเสิร์ฟ

เมนูยำบุก (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)

ยำบุก Konjac Salad (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)

โรคไตเกิดจากความเสื่อมของไตซึ่งทำหน้าที่กรองของเสียจากร่างกาย เมื่อไตเสื่อมตัวผู้รับประทานอาหารจะต้องคัดสรรการรับประทานอาหารเองเพื่อให้สารพิษผ่านสู่ไตให้น้อยที่สุด อาหารยำจานนี้มีรสชาติไม่จัดจ้านช่วยให้ไตไม่ต้องทำงานหนักในการกรองสารพิษมากนัก



สูตรยำบุก Konjac Salad (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)


สำหรับ 1-2 ที่
เวลา 20 นาที

วัตถุดิบยำบุก Konjac Salad (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)
1. บุกแบบเส้นหรือแบบชิ้นตามชอบ 250 กรัม
2. หมูบด 100 กรัม
3. น้ำมะนาวคั้น 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำปลาลดโซเดียม 1 ช้อนโต๊ะ
6. หอมแดงหั่น 3 ช้อนโต๊ะ
7. พริกขี้หนูบด 3 เม็ด
8. กระเทียมบด 1 ช้อนชา
9. น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
10. ปลาข้าวสารอบกรอบ ตามชอบ

วิธีทำยำบุก Konjac Salad (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)
1. ตั้งน้ำในกระทะจนเดือด ใส่หมูลงผัดปรุงรสด้วยน้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่บุก คั่วจนสุก ตักขึ้นพักไว้
2. ทำน้ำยำโดยผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา มะนาว กระเทียม พริก และหอมแดง ให้เข้ากัน
3. นำหมูกับเส้นบุกมาคลุกผสมกับน้ำยำ
4. จัดเสิร์ฟใส่จาน โรยปลาข้าวสารก่อนเสิร์ฟ

เมนูผักกาดขาวห่อหมูสไลด์นึ่งมะนาว (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)

ผักกาดขาวห่อหมูสไลด์นึ่งมะนาว (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)
Steamed Stuffed Cabbage in Lemon Sauce 

แม้ผักส่วนมากจะมีแร่ธาตุเช่นโพแทสเซียม โซเดียม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ปกติร่างกายจะต้องการแร่ธาตุจำกัด ส่วนเกินจะถูกขับออกทางไต ผักที่มีสีจัดๆ จะมีแร่ธาตุมากจะทำให้ไตทำงานหนัก เมื่อเป็นโรคไตจึงต้องหลีกเลี่ยงผักที่มีสีจัดๆ แต่ผักที่มีสีอ่อนเช่นผักกาดขาว กะหล่ำปลี มีแร่ธาตุไม่สูงแต่ได้เรื่องกากใยในการขับถ่าย ผักกาดขาวในจานนี้ นอกจากให้กากใยแล้ว ผักกาดขาวยังช่วยทำหน้าที่เก็บรักษารสชาติและความชุ่มฉ่ำของหมูสไลด์ไว้อีกด้วย 

สูตรผักกาดขาวห่อหมูสไลด์นึ่งมะนาว Steamed Stuffed Cabbage in Lemon Sauce (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)


สำหรับ 1-2 ที่
เวลา 20 นาที

วัตถุดิบผักกาดขาวห่อหมูสไลด์นึ่งมะนาว Steamed Stuffed Cabbage in Lemon Sauce (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)
1. หมูสไลล์ 2.5 ขีด
2. ผักกาดขาว 1 ต้น
3. ต้นหอม 2 ต้น
4. กระเทียมจีนปลอกเปลือก 5 กลีบใหญ่
5. พริกขี้หนูสีเขียว 5 เม็ด
6. น้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะนาวคั้น 3 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือแกง 1 1/2 ช้อนชา
9. รากผักชี 2 ต้น

วิธีทำผักกาดขาวห่อหมูสไลด์นึ่งมะนาว Steamed Stuffed Cabbage in Lemon Sauce (เมนูอาหารผู้ป่วยโรคไต)
1. ต้มน้ำให้เดือดนำผักกาดขาวและต้นหอมลงไปลวกจนสุกนิ่ม ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
2. นำผักกาดขาวมากลางออก นำหมูสไลด์วางลงบนผักกาดขาว ม้วนแล้วเอาต้นหอมมัดไว้
3. นำไปหมูที่ห่อไปนึ่งจนสุก
4. ทำน้ำยำมะนาวโดยนำกระเทียม พริก ผักชีทั้งต้น เกลือ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว ไปปั่นด้วยเครื่องปั่น จนส่วนผสมเข้ากัน
5. นำน้ำยำมะนาวไปราดบนหมูห่อผักกาดขาวก่อนจัดเสิร์ฟ

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ขนมอาลัว

ขนมอาลัว

นำมะพร้าวขูดไปผสมกับน้ำลอยดอกมะลิ จากนั้นนำไปคั้นจนได้น้ำกระทิ  นำแป้งสาลี, แป้งถั่วเขียว และแป้งมันร่อนผสมกัน  นำน้ำกะทิผสมกับแป้งและน้ำตาล คนจนละลายเข้ากันดี จึงนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เสร็จแล้วนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ใส่สีผสมอาหารลงไป และกวนเรื่อยจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี (แป้งจะมีลักษณะเหนียวใสๆ ถ้านำไปหยอดในน้ำ แล้วแป้งยังคงรูปอยู่ก็เป็นอันใช้ได้)  นำน้ำแป้งที่ได้ตักใส่ถุงบีบ แล้วจึงบีบลงในถาดที่ทาเนยขาวบาง ๆ แล้วจึงนำไปตากแดดสัก 2 - 3 แดด เสร็จแล้วนำไปอบควันเทียน  จัดใส่จานเสริฟได้ทันที หรือใส่กระปุกมิดชิดเก็บไว้รับประทานภายหลังได้ 


ขนมทองเอก

ขนมทองเอก

ขนมไทยที่มีส่วนผสมของแป้งสาลี น้ำตาล ไข่แดง และกะทิ กวนจนข้น แล้วนำใส่แม่พิมพ์ให้ได้รูปตามที่ต้องการ จากนั้นจึงแคะออกจากแม่พิมพ์ แล้วนำมาอบด้วยเทียนอบ
ขนมทองเอกในสมัยโบราณนั้นได้มีการนำทองคำเปลวมาตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ มาประดับไว้ด้านบนของขนมทองเอก โดยใช้วิธีการวางแผ่นทองคำเปลววางไว้บนแม่พิมพ์ก่อนเทขนมทองเอกลงในแม่พิมพ์ แต่ปัจจุบันไม่มีการนำทองคำเปลวมาตกแต่งขนมทองเอก เนื่องจากทองคำเปลวเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้รับประทาน



ขนมจี้้

ขนมจี้้

เป็นขนมไทยชาววังที่หากินไม่ได้แล้วในยุคนี้ ส่วนผสมทำด้วยแป้งข้าวเหนียวผสมกับแป้งข้าวเจ้า แล้วนวดกับกะทิ ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แบนๆ มีไส้ที่ทำด้วยน้ำตาลทรายเคี่ยวผสมกับงาคั่ว จากนั้นคลุกกับนวลแป้งข้าวเจ้าที่คั่วสุกแล้ว รสหวานและมีกลิ่นหอม ว่ากันว่าเวลาหยิบใส่ปากแล้วต้องรีบหุบปาก มิเช่นนั้นนวลแป้งที่คลุกขนมจะฟุ้ง

ขนมเกสรชมพู

ขนมเกสรชมพู

ขนมชนิดนี้มองครั้งแรกอาจจะคิดว่านี้คือ ข้าวเหนียวแก้ว แต่ถ้ามองดีดีจะเห็นข้อแตกต่างกันตรงที่ความแข็งกะด้างของข้าวเหนียวคะ  ส่วนเรื่องรสชาติขนมชนิดนี้จะมีความมันและหอมไปในตัวของมะพร้าวและยังมีความหวานที่ไม่เหมือนใคร